iPhone OS 3.1.3 เปิดให้เราโหลดกันแล้วนะครับ โดยทาง Apple นั้นได้ปล่อยออกมาเมื่อวานนี้ (2 ก.พ. 2553) เองครับ โดยเจ้า iPhone OS 3.1.3 นี้จะแก้ไขและปรับปรุงอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ
เพิ่มความแม่นยำในการแจ้งระดับ Battery ใน iPhone 3GS
แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรม 3rd Party ที่ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ในบางสถานการณ์
แก้ไข Bug ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งาน Keyboard ภาษาญี่ปุ่น (Janpanese Kana Keyboard)
สำหรับผู้ที่ใช้งาน iPhone 3G และ iPhone 3GS ประเภทเครื่องหิ้ว(Lock) นั้นกรุณาตรวจสอบ modem firmware ของท่านก่อนนะครับ ถ้าหากเป็น 05.11.07 ให้หลีกเลี่ยงการอัพเกรดไปก่อนครับ ส่วนเครื่อง Official Unlock แบบเครื่องทรูนั้นสามารถอัพได้เลยครับ
Apple น่าจะนำเอา WiFi 802.11n มาใช้งานใน iPhone 4G ที่จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2553 ที่จะถึงนี้เพราะในขณะนี้นั้นทั้ง 3 รุ่นของ iPhone และ iPod Touch นั้นใช้ Chip ของ Broadcom BCM4329 ซึ่งอาจจะมีความสามารถในระดับ 802.11n แต่ถูกเปิดให้ใช้งานเฉพาะ 802.11g ในตอนนี้
Macrumors ได้แจ้งข่าวที่น่าสนใจมาให้เราได้ทราบว่า เมื่อวันที่ 15 ธค. ที่ผ่านมานั้นทางบริษัท Toshiba ได้ออก NAND flash memory ขนาด 64GB มาเพื่อใช้งานกับ iPhone 4G ที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตในไตรมาสแรกของปี 2010 นี้ โดย iPhone 4G นั้นจะใส่ NAND flash chip ลงไปจำนวน 1 ตัวและทางด้าน iPod Touch นั้นจะใช้ NAND flash chip จำนวน 2 ตัว
ข้อมูลจากเวบไซต์ Macrumors ได้ตีข่าวว่าข่าวดีก่อนส่งท้ายปีนี้ก็คือ iPhone 3,1 หรือที่นิยมเรียกกันว่า iPhone 4G นั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบใช้งานที่เมืองซานฟรานซิสโกแล้ว โดยผู้พัฒนา iPhone ที่ใช้ชื่อว่า “Pandav” นั้นได้ออกมาให้ข้อมูลกับทาง Macrumours ว่าเขากำลังทดสอบการใช้งานโดยการบันทึกจุดพิกัดต่างๆ โดยโปรแกรมที่ใช้ในการวิเคราะห์ “iBART” โดยโปรแกรมนี้จะช่วยบอกเส้นทางในการเดินทางด้วยรถไฟ ย้อนกลับไปในปี 2007 นั้น ตอนที่ iPhone 2G ได้เปิดตัวมา และได้ทดสอบในชื่อรหัสว่า 1,1 และต่อมาในปี 2008 ก็เปิดตัว iPhone 3G ก็ได้ทดสอบในรหัสว่า 1,2 และล่าสุด iPhone 3GS นั้นก็มีชื่อรหัสว่า 2,1
\
หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อหรืออัพเกรดเครื่อง iPhone ดีรึเปล่า.. ยกตัวอย่างจากตัวผมเองก็ได้มีโอกาศได้ใช้งาน iPhone 3GS อยู่ช่วงนึงโดยเป็นเครื่องของพี่ที่ออฟฟิส โดยผมได้มีโอกาสได้สัมผัสมันแบบใกล้ชิดเป็นเวลาหนึ่งวันพบว่ามันช่างแตกต่างจาก iPhone 2G และ 3G ที่ผมเคยใช้งานมา